EP3.2 ชมปราสาทแห่งความฝันนอยชวาสไตน์ โฮเฮ็นชวานเกา ฟุสเซ็น

EP3.2 ชมปราสาทแห่งความฝันนอยชวาสไตน์ โฮเฮ็นชวานเกา ฟุสเซ็น

เช้าวันที่ 5 เมษายน 2559 ต้องตื่นแต่เช้ามาซื้อตั๋ว Bayern Ticket หรือตั๋วกรุ๊ปสำหรับเดินทางแบบกรุ๊ปได้ถึง 5 คนครับ ผมมีเรื่องจะมาแนะนำอย่างหนึ่งก่อนจะพาไปดูปราสาทกัน คือการซื้อตั๋วที่ว่านี่แหละครับ เราสามารถซื้อตั๋วนี้ได้ทั้งจากตู้อัตโนมัติหรือจากเคาเตอร์ขายตั๋วแต่ผมแนะนำว่าควรซื้อจากตู้อัตโนมัติ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะคุณจะประหยัดเงินไป 2 Euro ถ้าซื้อจากตู้ครับ มาดูคุณสมบัติของตั๋วกันครับ

  1. ใช้ได้ไม่เกิน 5 คนโดยจะต้องไปด้วยกัน นั่งรถไฟแบบ Unlimited สำหรับรถไฟ แบบ Regional Train ในเขต Bavaria ภายใน 1 วัน
  2. ใช้ได้บน 2nd class โบกี้เท่านั้น
  3. Regional Train คือรถไฟที่ขึ้นต้นด้วย RB RE IRE ALX S-Bahn BOB M
  4. สามารถขึ้นรถไฟใต้ดิน U-Bahn Suburban Train(S-Bahn) รถบัสสาธารณะ รถรางไฟฟ้า
  5. ถ้าเป็นครอบครัวสามารถใช้กับลูกๆของคุณที่อายุน้อยกว่า 15 free ไม่จำกัดจำนวน
  6. สามารถใช้ตั๋วไปได้ถึง Salzburg, Kufstein Reutte Ulm ทั้งไปและกลับ
  7. สามารถใช้ตั๋วในวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 9 a.m. – 3 a.m. ในวันนั้นครับ 18 ชั่วโมง
  8. เสาร์ อาทิตย์และวันหยุด ใช้ได้ตั้งแต่เที่ยงคืน ถึง 3 a.m. รวมทั้งหมด 27 ชั่วโมง
  9. ราคาเริ่มต้น 25 Euro และจะเพิ่มทีล่ะ 6 Euro ต่อ 1 คน (ข้อมูลอัพเดท 2017) แต่ตอนผมไปจ่ายแค่ 28 Euro สำหรับสองคนครับ ผมไปปี 2016 ครับ
  10. ดูรายละเอียดอัพเดทจากในเวบนี้ได้เลยครับ http://www.munich-touristinfo.de/Bavaria-Ticket.htm

พอซื้อตั๋วแล้วก็เช็ครอบรถไฟได้จาก https://www.bahn.com ปกติวันธรรมดาที่เจอจะเจอรอบที่เร็วที่สุด คือ 9.06 นาฬิกาครับ ทั้งนี้แล้วแต่วันนะครับต้องเช็คก่อนจะได้ไม่ไปรอเก้อ จะได้มีเวลาหาทานอาหารแถวนั้นได้ ร้านสะดวกซื้อในสถานีรถไฟ จะขายขนมปังใส้กรอกพร้อมกาแฟ ราคาแค่ 2 -3 Euro ก็พออิ่มแล้วครับในตอนเช้า หรือบางคนซื้ออาหารเช้าในโรงแรมมาแล้วก็ทานให้อิ่มก่อนเดินทางนะครับ

เมื่อเราขึ้นรถไฟได้แล้วก็จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจะถึง Fussen ครับ ภายในรถไฟเป็นแบบ 2 ชั้น ซึ่งการขึ้นรถไฟในเยอรมัน คุณจะต้องดูให้ดีๆ ว่าอยู่ gleis หรือ Track ที่เท่าไหร่ที่รถไฟจะมาจอดครับ บางครั้งต้องดูด้วยว่าจอดที่ platform ที่ A B C D หรือเท่าไหร่เพราะหลายขบวนบางทีจอดต่อกันครับ ไม่งั้นคุณขึ้นผิดคันทันที พยายามหูตาไวดูข้างรถด้วยนะครับ หรือหัดถามเอาครับไม่งั้นเดี๋ยวมีหลง หมดสนุกกันพอดี ระหว่างทางก็มีแต่ทุ่งหญ้า ไร่ นา ครับพื้นที่เค้ายังมีธรรมชาติอีกเยอะมาก หลังจากนั่งรถมาถึง 2 ชั่วโมงลงสถานี Fussen เดินออกมาจากสถานีมาหน่อยจะมีป้ายบอกครับ มาต่อรถบัสสาย 73 นะครับ ตรงจุดนี้ใช้ตั๋ว Bayern ได้อีกครับ โชว์ตั๋วเลย นั่งรถไปแปปนึง 10กว่านาทีจะถึงแล้ว
พอถึงสถานีหมู่บ้าน Hohenschwangau ก็เดินไปตามทางจะมีป้ายบอก คือเดินออกจากสถานีไปทางขวาครับ มองเห็นปราสาทนอยชวาสไตน์อยู่ไกลๆนู่นแล้ว เริ่มตื่นเต้นคือไม่เคยมา 555 ไม่หลงก็ดีใจตายแล้วครับ ถ้าใครต้องการที่จะเข้าไปทัวร์ข้างในปราสาท อย่าลืมเดินไปที่ Ticket Office ก่อนนะครับ ราคาตามนี้เลย

http://www.neuschwanstein.de/englisch/tourist/admiss.htm

อันนี้สำคัญเลยผมพลาดมาแล้ว ให้ดูรอบทัวร์ให้ดีนะครับ ว่าต้องไปปราสาทไหนก่อนและหลังเพราะพอผมซื้อตั๋วชมสองปราสาท ปรากฏว่าผมไม่ได้ดูไปที่ปราสาทนอยชวาสไตน์ก่อน พอขึ้นไปถึงปั๊ป หยิบตั๋วออกมา อ้าวนี่มันเวลาเข้าของ โฮเฮ็นชวานเกานี่หว่า ซวยแล้ว ต้องขอแก้ไขกับทางเจ้าหน้าที่เป็นการใหญ่เลยครับเพราะว่ากว่าจะเดินขึ้นมาเหนื่อยโฮก ไม่เชื่อมาดูภาพต่อไปกันเลย

เมื่อเช้าไม่อิ่มกะว่าจะทานอีกเดินไปเรื่อยๆระหว่างทางมีร้านเยอะครับ เลยแวะดูว่ามีอะไรน่าอร่อย ก็จัดแล้วไปแล้วต่อครับเดินชมนมชมไม้ถ่ายรูประหว่างทางไปเรื่อยๆ
ถ้าหากใครคิดว่าเดินไม่ไหวนะครับ ผมแนะนำขึ้นรถม้าเถอะครับจะดีขึ้นหากใครพาผู้ใหญ่มาด้วย ควรนะครับหรือหากชอบเดินชมนกชมไม้ ดูวิวทิวทัศน์ถ่ายรูปไปด้วยก็เอาครับ ค่าใช้จ่ายขึ้นรถม้าประมาณ 4-5Euro ส่วนรถบัส ประมาณ 3 Euro ถ้าตอนนี้ราคาคงจะขึ้นไปแล้วนะครับ ส่วนผมเลือกที่จะเดินครับไหนๆมาทั้งทีขอชมวิวทิวทัศน์รอบๆปราสาทซะหน่อย มีเพื่อนเดินขึ้นกันเยอะครับแต่ดูความชันสิครับ 555555 เอาเรื่องอยู่ค่อยๆเดินครับ ระหว่างทางก็มีน้ำตกไหลลงมาตามทางมีความเป็นธรรมชาติสูงมากๆครับ รถม้ากำลังลงมาแล้วครับม้าตัวใหญ่เบ้อเร่อเลย ดูดีอ่ะ แต่เรายังหนุ่มยังแน่นลุยๆๆๆเดินต่อครับ เดินขึ้นมาสักพัก ประมาณ 20-30 นาทีก็จะเห็นปราสาทแล้วครับวันที่ผมไปวันนี้เจ้าหน้าที่บอกว่ามีพายุทรายจากประเทศข้างเคียงเลยทำให้ฟ้าไม่สวยเลย หม่นๆตลอดเวลา ถ่ายภาพมาได้เท่าเนี้ยอ่ะครับ พอเริ่มเห็นปราสาทกำลังใจเริ่มจะมา เอ้าเดิน ฟีลของปราสาทที่เราไปวันนี้ดูทึมๆมีความขลังครับด้วยสภาพแสงและอากาศด้วยแล้ว จะเห็นตามภาพ ถ้าเดินมาทางนี้คือทางออกของปราสาทนะครับทางเข้าชมปราสาทจะอยู่อีกด้านนึง ก่อนจะเดินไปอีกทางขอถ่ายรูปไว้อีกนิดนึงครับเพราะเมื่อยขาเหมือนกัน
นี่ครับเราเดินมาทางด้านนี้ขึ้นมาแล้วก็เลี้ยวซ้ายเดินขึ้นมาอีกนิดครับอย่าเพิ่งท้อ ไม่ไกลแล้ว พอขึ้นไปถึงใกล้ๆหน้าประตูทางเข้ามองออกไปอีกทางจะเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองครับหายเหนื่อยไปเยอะเลย มาถึงแล้วครับทางเข้าปราสาทพอเข้าไปข้างในนะครับจะมีร้าน ขายของที่ระลึกอยู่ครับหากใครจะซื้อ Post Card ซื้อตรงนี้ถูกสุดแล้วครับ ถ้าคิดจะซื้อเอาเลย เดินเข้าไปข้างในจะพบกับลานข้างหน้าปราสาท ซึ่งทุกคนที่ซื้อตั๋วชมปราสาทจะเข้ามารอที่ตรงนี้แล้วก็รอดูเวลาของรอบตัวเองจากในตั๋วครับ ระหว่างรอก็ถ่ายรูปไปเรื่อยชมสถาปัตยกรรมของปราสาทสไตล์เยอรมันครับ อ้อเกือบลืมไปที่สะพานนี้ปกติจะเปิดให้เดินไปนะครับ จะเห็นวิวมุมสูงจากสะพานลงมาที่ปราสาทแต่วันที่ผมไปเค้าปิดซ่อม อดซะงั้น ทริปนี้บางทีก็โชคไม่ค่อยดีเลยไม่ได้ภาพสวยๆมาฝากกันเท่าไหร่  ซูมไปสุดๆแล้วหวังว่าคราวหน้ามาคงจะได้เดินไปที่สะพานนี้ถ่ายรูปสวยๆอีกนะครับ รอแล้วรอเล่ายังไม่ถึงรอบของตัวเองซะที ก็ตั๋วเค้าให้ผมไปเข้าชม โฮเฮ็นชวานเกาก่อนดันเดินมานี่ก่อนไม่ดูตาม้าตาเรือก็รอไปสิ จะเดินกลับไปนู่นก็ไม่ทัน ไม่รู้จะทำไงรออยู่เนี่ยแหละ ขอต่อรองกับเจ้าหน้าที่นิดนึงเรื่องเวลาเพราะเราพลาดจริงๆ
พอได้เวลาเข้าของเราเค้าจะเรียกแล้วก็เข้าแถวเข้าไปนะครับโดยใช้ตั๋วเสียบไปที่เครื่องสแกนตั๋วหน้าทางเข้า ส่วนเวลารอบให้ดูจอจอทีวีที่เห็นนะครับ ซึ่งบางส่วนของปราสาทเค้าไม่ให้ถ่ายรูปผมก็เลยไม่มีภาพภายในให้ชมกันมากนัก มาเองเถอะครับมันดีกว่าถ้าเห็นด้วยตาตัวเอง ตรงนี้ที่ยังถ่ายรูปได้อยู่เพราะยังไม่เข้าตัวปราสาทและยังไม่ถึงตรงที่เจ้าหน้าที่เค้ารอรับเราอยู่ครับ เดินมาเรื่อยๆตามลูกศรชี้จะเจอเจ้าหน้าที่หรือไกด์ภาษาอังกฤษของรอบนี้รออยู่ที่ปลายทางแล้วครับ ภาษาอังกฤษเค้าฟังง่ายชัดเจน พอมองลงไปที่ข้างล่างจากตัวปราสาทโหมันสูงเหมือนกันนี่หว่าเดินมาตั้งไกลได้ขนาดนี้เดี๋ยวเจอกัน Hohenswangau รอแปปฝนอย่าเพิ่งตกเลยนะ
พอเข้าชมเสร็จแล้วบริเวณทางเดินออกจะเจอห้องครัวสมัยก่อนของปราสาทนี้ให้ชมแต่เข้าไปไม่ได้นะครับเครื่องครัวส่วนมากเป็นทองแดงซะส่วนมาก อุปกรณ์ต่างๆดูมีความล้ำยุคล้ำสมัยไม่ได้ใช้ กระบวยตักน้ำจากกะลามะพร้าวเหมือนบ้านเรา ซึ่งเห็นว่าสมัยหลายร้อยกว่าปีก่อนประเทศของเค้ามีวิวัฒนการและพัฒนากว่าบ้านเราเยอะครับ ป่ะทางนี้แหละทางออกไปทางประตูแรกที่เดินผิดไป ช่วงเวลานี้ต้องวิ่งกึ่งเดินเพื่อลงไปปราสาทเนื่องมาจากที่ผมไปผิดเวลาครับ ทางลงเดินง่ายกว่าทางขึ้นมันอาศัยแค่แรงโน้มถ่วงของโลกพร้อมขาเดินลงไปให้มั่นก็พอครับ ระหว่างทางลงไปจะมีร้านอาหารเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวครับ เอาล่ะลงมาถึงข้างล่างแล้วคงไม่ได้แวะตรงไหนแล้วได้แต่ถ่ายรูปแล้วเดินไปปราสาท Hohenswangau ก่อน พอเงยหน้ามองทางขึ้นไปปราสาทก็เริ่มท้อเล็กน้อย เดินขึ้นอีกแล้ว แต่คือไม่ได้ลำบากมากครับค่อยๆเดินขึ้นไปขนาด นอยชวาสไตน์ยังขึ้นไปมาแล้วแค่นี้หมูมากๆ ป่ะเดินขึ้นไปกันต่อ

เหมือนเดิมครับห้ามถ่ายรูปนั่งเล่นข้างนอกเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆระหว่างรอรอบ ซึ่งกว่าจะได้เข้าก็เป็นรอบภาษาอังกฤษ รอบสุดท้ายของวันพอดีครับ พอเข้าชมปราสาทเสร็จคือมันยิ่งใหญ่อลังการมากจริงๆ ควรเข้ามาชมทั้งสองปราสาทผมว่าคุ้มครับจะได้เปิดโลกทัศน์ของเราอีกมากมาย ว่าเมื่อสมัยโบราณของประเทศเค้า มันเป็นอะไรที่ก้าวหน้ามากๆ เมื่อเทียบกับบ้านเราจริงๆ ตรงนี้เป็นทางออกเดินไปที่ทะเลสาปซึ่งจะเป็นจุดสุดท้ายที่จะแวะถ่ายรูปกันก่อนจะกลับ จริงๆตั้งใจว่าจะนั่งชิลๆริมทะเลสาปด้วยเพราะเค้ามีร้านอาหารเครื่องดื่มอยู่บริเวณนั้นด้วย วิวมันสวยมากๆครับ เดินลงมาถามทางเรื่อยๆนึกว่าตัวเองอยู่ในยุคของอัศวินสมัย คิง อาเธอร์เลยครับ เค้ายังรักษาสภาพโดยรอบปราสาทไว้ดีทีเดียว พอเดินมาถึงทะเลสาปด้านล่างก็ซะเย็นแล้ว ร้านปิดสิครับเค้าหุบร่มปิดร้านแล้วอดไปอีก!!! ก็ได้แต่ถ่ายวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ผมก็ไม่มีเวลาจะเข้าชมแล้วเพราะมันเย็นมากแล้ว วันนี้จะต้องนั่งรถกลับอีกหลายชั่วโมงต้องกลับก่อน ข้างทะเลสาปจะมีเป็ดเล่นน้ำหรือเดินเล่นอยู่รอบๆครับ อย่าไปจับเล่นนะครับถ่ายรูปมาก็พอ วิธีการเดินทางกลับก็กลับมาขึ้นรถบัสเหมือนเดิมครับ หากใครจะส่ง Post Card ส่งได้ที่ไปรษณีย์เลย ถ้าซื้อจากตู้จำหน่ายแสตมป์อัตโนมัติ คุณจะงงแน่นอน ปู๊นๆๆ รถไฟมาแล้ว กลับกันได้แล้วครับพรุ่งนี้ไปลุยกันใหม่

 

Tony
ติดตามผมได้

One thought on “EP3.2 ชมปราสาทแห่งความฝันนอยชวาสไตน์ โฮเฮ็นชวานเกา ฟุสเซ็น”

เม้นกันเล้ย